เสริมหน้าอกเป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมเพราะแผลจะหลบอยู่

เสริมหน้าอก เป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมเพราะแผลจะหลบอยู่ใต้ราวนมด้านข้าง ยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร มองไม่เห็นแม้เวลานอน (แอบยกเว้นสามีไว้คนนึง) การผ่าตัดทำได้เร็วกว่า จัดรูปทรงได้ง่าย เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดบริเวณอื่น

2. บริเวณรักแร้
ข้อดีคือไม่มีแผลเป็นอยู่บริเวณเต้านม ทำให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้น แต่มีข้อเสียเล็กน้อยคือ หลังทำจะเจ็บแผลกว่าบริเวณใต้ราวนม และในกรณีถ้าต้องแก้ไข แพทย์มักแนะนำให้ทำบริเวณใต้ราวนม เพราะการแก้ไขทางรักแร้แม้จะทำได้แต่จะได้ผลไม่ดีเสริมหน้าอก.

เสริมหน้าอก

ทางโรงพยาบาลเลือกใช้ซิลิโคนที่มีมาตรฐานผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาทั้งของอเมริกาและไทย ซึ่งผลิตได้มาตรฐานสูง เช่น Allergan Premium ถุงนมรูปทรงพิเศษเอกสิทธิ์หนึ่งเดียวของโรงพยาบาลเลอลักษณ์เท่านั้น ซึ่งมีรูปทรงที่สวยกว่าถุงนม Allergan ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีถุงนมรุ่นใหม่จากอเมริกาอย่าง Natrelle ที่เป็นถุงนมผิวทรายคุณภาพพิเศษ ป้องกันการเกิดพังผืด ลดอาการแข็งตัวของหน้าอก ทำให้มีหน้าอกที่นิ่มและรูปทรงสวยงาม รวมไปถึงยี่ห้อยอดนิยมอย่าง Sebbin, Euro และ Mentor ด้วย

Natrelle เป็นถุงนมชนิดพิเศษที่มีความแน่นหนาสูง ลดการเกิดพังผืดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ไม่ต้องนวดหน้าอกก็นิ่มได้ แต่ถ้านวดจะยิ่งนิ่ม ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น เสริมหน้าอก

แพทย์จะใช้ยาสลบเพื่อความสะดวกและลดอาการเจ็บปวดในการผ่าตัด คลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานบางแห่งอาจใช้แค่ยาชาซึ่งจะซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ไม่ลึกมาก แต่ถ้าเป็นยาสลบจะลึกถึงระบบประสาท แพทย์จะผ่าตัดเปิดแผลบริเวณรักแร้หรือใต้ราวนมตามที่ตกลงกับคนไข้ไว้ หลังจากนั้นทำการแหวกเนื้อเต้านมและกล้ามเนื้อแผงหน้าอกให้แยกออกจากกันเป็นช่องกว้างขนาดพอเหมาะที่จะใส่ถุงซิลิโคน เมื่อห้ามเลือดเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะค่อยๆ ใส่ซิลิโคนเข้าไปทีละนิดจนหมด เมื่อจัดรูปทรงเข้าที่แล้วเย็บปิดแผลด้วยไหมเล็กๆ จะเป็นแบบละลายหรือไม่ละลายก็ได้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ใช้เวลาผ่าตัด 1-2 ชั่วโมง

หลังผ่าตัดต้องดูแลตัวเองอย่างไร
วิธีดูแลหลังเสริมหน้าอก หลังผ่าตัดแล้วจะได้นอนพักที่โรงพยาบาล 1 คืน ต้องใส่สายยางเพื่อระบายเลือดออกทางรักแร้ทั้งสองข้าง และแพทย์จะได้สังเกตอาการโดยรวมทั้งหมดด้วย หลังจากนั้นจะมีอาการปวด ระบม บริเวณหน้าอกและรักแร้ แต่ประมาณ 3-7 วันอาการจะค่อยๆ ดีขึ้น ซึ่งมีการดูแลหลังการผ่าตัดดังนี้
-ทานยาแก้ปวด แก้อักเสบ ลดบวมให้หมดตามแพทย์สั่ง

ลดน้ําหนักเร่งด่วน ลดน้ําหนักเร่งด่วนในแบบฉบับที่เป็นตัวคุณสำหรับคนที่ชอบเข้าสังคมอยู่สามารถนำไปปรับใช้ได้

ลดน้ําหนักเร่งด่วน ลดน้ําหนักเร่งด่วนในแบบฉบับที่เป็นตัวคุณสำหรับคนที่ชอบเข้าสังคมอยู่สามารถนำไปปรับใช้ได้ ไม่ต้องลดความอ้วนแล้วแยกไปอยู่คนละโลกกับเพื่อน อะไรก็ห้าม อะไรก็กินไม่ได้ โน้นนี แบบนี้เพื่อนในกลุ่มหนีหายหมดแน่ค่ะ
ลดน้ําหนักเร่งด่วน ที่คนอยากผอมมองข้าม 1. กินอาหารเช้าเพื่อสุขภาพ วิจัยแสดงให้เห็นว่าคนที่กินอาหารเช้ามีแนวโน้มที่จะรักษาน้ำหนักเพื่อ สุขภาพมากกว่าคนที่ข้ามมัน 2. อย่าละเลยกินเยอะขึ้นกว่าเดิม แม้ละเลยล็กน้อยแต่ละมื้อสามารถเพิ่มเป็นแคลอรี่ส่วนเกินในช่วง หลายๆ สัปดาห์หรือหลายๆ เดือน แต่มันง่ายที่จะเข้มงวดในปริมาณ ขนาดของอาหาร ดีกว่ามานั้งพยายามลดน้ำหนักกลับทีหลัง ลดน้ําหนักเร่งด่วน.
ลดน้ําหนักเร่งด่วน
ลดน้ําหนักเร่งด่วน 3. เลือกอาหารว่างอย่างชาญฉลาด (ยังอร่อยได้)

ตัวอย่าง เปลี่ยนขนมอย่าง บลูเบอร์รี่มัฟฟิน 2 ชิ้น เปลี่ยนเป็นขนมปังลูกเกดเบา ๆ คุณจะไม่ต้องเพิ่มความอ้วนเข้าร่งกายได้ ( บลูเบอร์รี่มัฟฟิน 2 ชิ้น 800 แคลอรี่ )

4. สร้างสรรค์อาหารด้วยตนเอง

เริ่มเข้าครัวกันซักหน่อย อาหารจานโปรดที่เราอยากทาน ถ้าเราปรุ่งเอง อาจจะลดไขมันลดน้ำตาล ลงบ้าง เพิ่มผักใบเขียวได้ไฟเบอร์เยอะขึ้น ก็เป็นเมนูลดน้ําหนักง่ายๆ

5. เลี่ยงเครื่องดื่มเพิ่มแคลอรี่

กาแฟ ชานมไข่มุก ช็อคโกร้อนๆ แสนอร่อย แต่หลังจากอร่อยไปแล้ว เขาฝากเพิ่มน้ำหนักให้เราแบบเยอะมากเลยนะค่ะ เช่น ช็อคโกแลตร้อนผสมเนยและนมพร่องมัน มันอร่อยแต่ 800 แคลอรี่ ลองหาเครื่องดื่มที่ 0 แคลอรี่ กันดีกว่า เช่น น้ำเปล่าเย็นๆ ชาเขียว Green Tea ลดน้ําหนักเร่งด่วน

ลดความอ้วนเร่งด่วน ยังอร่อยได้จ๊ะ

6. ลดขนมหวาน ลง ลง

ขนมหวานเมนูแฟนซีในปัจจุบันมีการผสมหลากหลายของหวาน ทั้งน้ำหวาน ผลไม้เชื่อม ครีม เนย นม ตกแต่งอย่างสวยงาม ถ้าจะกินก็ขอให้ลด option ที่แถมมาในชามลงบ้าง แบ่งให้เพื่อนกินไปบ้าง เราก็อร่อย แต่อยู่ในปฎิบัติการลดความอ้วนอยู่นะจ๊ะ

7. ทำให้การออกกำลังกายง่าย

หาท่าออกกำลังกายที่คุณทำได้ คล่องตัว ทำได้ทุกๆ วัน เราก็มีแนะนำตามเว็บ ทั่วไปออนไลน์ลองหาดูว่าชอบท่าไหน หรือ อุปกรณ์แบบไหน เอาที่เราคิดว่าสะดวก ง่ายกับกิจกรรมที่ต้องทำให้ได้ทุกวัน

8. เขียนไดอารี่อาหาร

ดูซิว่าเรากินอะไรไปบ้าง มื้อ 3 มื้อหลัก และขนม ของว่างต่างๆ ลองจดบันทึกแล้วจะพบว่าทำไมเราถึงลดน้ำหนักไม่ได้ก็กินไปเยอะ แล้วไม่ได้เอาพลังงานไปใช้เท่าที่ควร ลดน้ําหนักเร่งด่วน กินแล้วเก็บสะสมทุกๆ วัน ไขมันทวีคูณไปเรื่อยๆ ไวยิ่งกว่าดอกเงินฝากธนาคารเสียอีก สำหรับคนอยากผอมเขียนแล้ว 7 วันมาอ่านทบทวนดู ซิ แล้วจะได้มี กำลังใจวาวแผนการกินอาหาร

9. หาคู่หูเตือนกันลดน้ำหนัก

ในระหว่างทางที่คุณเดินไปสู่น้ำหนัก หุ่นในฝัน นั้นบ้างครั้งเรามีนอก แผนการไปบ้าง ถ้ามีเพื่อนก็ช่วยเตือนกัน แต่ต้องซื้อสัตย์กันนะค่ะ ไม่ใช่ชวนกันกินสนุกไป อ้วนคูณสองค่ะ อยากผอม ต้องมีรางวัล

10. ให้รางวัลแก่ตัวคุณ

ถ้าคุณทำตามแผนการลดน้ำหนัก แล้วผ่านไประยะหนึ่งแล้วลดหุ่นได้ เห็นความก้าวหน้าตามที่ตั้งใจลองให้รางวัลกับตัวเองบ้างจะได้มีกำลังใจ ลดความอ้วนต่อไป เช่น ทำเล็บสวย ไปนวดตัวบ้าง แต่อย่าให้รางวัลตัวเองไปเกี่ยวกับของกินละ เดียวที่ลดได้ผ่านมากลับไปเท่าเดิมค่ะ

ลดน้ําหนักเร่งด่วนที่ควรโฟกัสน่าจะเป็นไขมันที่หายไปนะค่ะ อย่าชั่งแต่ตราชั่งบ้างครั้ง เราไปเร่งร่างกายเกินไปอาจจะได้หุ่นสวยไม่คุ้มที่ร่างกาย เบิร์นกล้ามเนื้อไปเสียด้วยนะค่ะ ลดน้ำหนักหนักแบบปลอดภัย ควรกินอาหาร 5 หมู่ และ ออกกำลังกาย

ลดน้ําหนักเร่งด่วน ใครที่อยากได้เทคนิคเพิ่มให้ลดไวขึ้นแบบง่ายๆ ทางนี้ เรามี 3 เคล็ดลับที่สำคัญที่คนทั่วไปลืมไปว่าจำเป็นต่อขบวนการลดน้ำหนัก ข้อได้ที่เพื่อนๆ ลืมลองเอาไปปรับใช้กันดูได้ผลอย่างไร ประทับใจข้อได้ ก็เอาไปใช้ได้ระยะยาว ไม่โยโย่ชัวร์ จร้า ลดน้ําหนักเร่งด่วน.

ลดน้ําหนักด้วยมะนาว น้ำมะนาวสำหรับผิว น้ำมะนาวพร้อมกับส่วนผสมอื่น ๆ

ลดน้ําหนักด้วยมะนาว น้ำมะนาวสำหรับผิว น้ำมะนาวพร้อมกับส่วนผสมอื่น ๆ สามารถนำมาใช้บนใบหน้า เช่น กลีเซอรีน หรือ ไข่ขาว จะทำให้ผิวหน้าของคุณเปล่งปลั่ง “น้ำมะนาว” ผสมกับ “น้ำมันมะกอก” จะมีประสิทธิภาพช่วยผิวที่เป็นกลาก แต่ถ้าอยากให้ผิวสวยจากภายใน ตอนเช้าดื่มน้ำมะนาวพร้อมน้ำผึ้งไปเลย     ถ้า ดื่ม สูตรน้ํามะนาวลดความอ้วน แล้วไม่ได้ผล ไม่เห็นผอมลงทันใจเลย ..แน่นอนค่ะ เพราะสูตรนี้เป็นสูตรจากธรรมชาติ อาจจะไม่เห็นผลผอมได้ชัด หรือเร็วทันใจเหมือนยาปฏิชีวนะ แต่ไม่อันตรายและเป็นประโยชน์ในระยะยาวแน่นอนค่ะ ถ้าสมมติทานแล้วไม่ได้ผลต้องดูปัจจัยเรื่องการงดเครื่องดื่มแคลอรี่สูงและ การออกกำลังด้วยค่ะ เพราะถ้าเราดื่มน้ำผสมมะนาวลดน้ําหนักเพื่อการdetoxไปแล้ว แต่ยังปฏิบัติเหมือนเดิม ทานอาหารไม่ดีเยอะ ไม่ออกกำลัง ของไม่ดีก็กลับไปสะสมที่เดิม ยังไงน้ำหนักก็ไม่ลดค่ะ ลดน้ําหนักด้วยมะนาว.
ลดน้ําหนักด้วยมะนาว
ลดน้ําหนักด้วยมะนาว มะนาวลดความอ้วน ฟังดูเหลือเชื่อ แต่มันคือเรื่องจริงค่ะ เจ้ามะนาวเปรี้ยวปี๊ดนี้สามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริง ส่วนจะลดความอ้วนหรือลดน้ำหนักได้อย่างไรนั้น อยากรู้ก็ต้องอ่านให้จบค่ะ พร้อมแล้วก็ไปอ่านกันเลยนะคะ

– ผสมน้ำมะนาวเล็กน้อยหรือผสมเปลือกมะนาวหั่นฝอยลงในอาหารที่คุณรับประทาน น้ำมะนาวหรือเปลือกมะนาวนี้จะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณลดน้อยลง และช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น และที่สุดยอดกว่านี้ก็คือมีผลการวิจัยออกมาว่าสารคาร์โบไฮเดรตที่พบในเปลือกมะนาวจะช่วยลดความอยากอาหารได้ ซึ่งออกฤทธิ์ถึง 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว

– ดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวตอนตื่นนอน ตอนตื่นนอนเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดเพราะกระเพาะว่าง น้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวนี้จะช่วยล้างระบบย่อยอาหาร และช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น โดยเฉพาะวิตามินซีที่มีมากในน้ำมะนาวจะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมได้ดี แคลเซียมนี้จำเป็นต่อการเผาผลาญไขมัน เรียกได้ว่ามีผลดีสองเด้งเลยทีเดียวสำหรับการลดความอ้วน ลดน้ําหนักด้วยมะนาว

– รสเปรี้ยวของมะนาวจะช่วยให้ร่างกายรู้สึกพึงพอใจกับรสชาติอาหารมากขึ้น ทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วกว่าปกติ อย่าลืมเติมรสเปรี้ยวให้อาหารทุกมื้อของคุณนะคะ เพื่อหุ่นเพรียวสวยค่ะ แต่ก็ต้องควบคู่กับการรับประทานอาหารที่มีไขมันและแป้งต่ำด้วยนะ เน้นผักผลไม้เยอะ ๆ รับรองว่าคุณจะลดความอ้วนได้อย่างรวดเร็วแน่นอนค่ะ

มะนาว เป็นผัก ผลไม้ ที่ให้รสเปรี้ยว ที่มีวิตามินซีสูง ให้คุณประโยชน์เยอะแยะมากมาย และยังช่วยลดน้ำหนัก ได้ดีอีกด้วย เนื่องจากเรา ได้เห็นสาวๆ เกรงกลัวต่อความอ้วนกันซะเป็นส่วนใหญ่ บางคนหันไปเพิ่งยาลดความอ้วน ที่ไม่ดีต่อสุขภาพมากๆ วันนี้ จึงอยากเสนอตัวช่วยในการลดความอ้วน ลดน้ําหนักด้วยมะนาว เพื่อไม่ให้เสียสุขภาพกันมาฝากค่ะ เพราะ มะนาว นั้นไม่ได้ดีแค่ให้รสเปรี้ยวอย่างเดียวเท่านั้น แต่ ความเปรี้ยวของมะนาวเท่านั้น ที่ช่วยลดความอยากอาหารลงได้ แต่มะนาวนั้น มีวิตมินซีสูงมาก มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และลดความอ้วนได้ดีที่เดียว เพียงแค่ทำตามดังต่อไปนี้ รับรองว่าคุณเพื่อนๆลดน้ำหนักได้แน่ๆ ค่ะ

1. ดื่มน้ำมะนาวกับน้ำอุ่นทุกๆ เช้า
เพื่อกระตุ้นระบบย่อยอาหาร ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย และช่วยให้ร่างกายดูซึมแคลเซียมให้กักเก็บเอาไว้ในเซลล์ไขมัน?การที่แคลเซียมที่อยู่ในเซลล์ไขมันปริมาณมากๆ จะช่วยให้เผาพลาญไขมันได้ดียิ่งขึ้น

2. รับประทานผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 5 ชนิด
เพราะในผักและผลไม้ มีปริมาณแคลอรีน้อยมาก และอุดมไปด้วย วิตามิน แร่ธาตุ เส้นใย และสารอาหารที่ครบครัน เพื่อช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยในเรื่องของระบบประสาท

3. ปรับสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด
โดยบีบน้ำมะนาว ในทุกมื้ออาหาร หรือผสมเปลือกมะนาวลงไปในซุปหรือสลัด เพียงเล็กน้อย ก็จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของคุณได้ และยังช่วยทำให้อาหารของคุณมีรสชาติที่อร่อยขึ้นอีกด้วย

โดยผลการศึกษาของวิทยาลับ Journal of the America College of Nutrition ได้กล่าวว่า “คาร์โบไฮเดรตที่พบในเปลือกมะนาวนั้น สามารถกำจัดความอยากกินได้ถึง 4 ชม. และเป็นแหล่งรวมไฟเบอร์ที่ดีทีสุด ช่วยให้ระบบย่อยอาหารสามารถดูดซึมน้ำตาลได้เร็วยิ่งขึ้น ลดน้ําหนักด้วยมะนาว.

ฉีดหน้าเรียว แต่รู้ไหมคะว่าการจะได้มาซึ่งใบหน้าเรียวงามนั้นแต่ละคนก็ต้องใช้วิธีการ

ฉีดหน้าเรียว แต่รู้ไหมคะว่าการจะได้มาซึ่งใบหน้าเรียวงามนั้นแต่ละคนก็ต้องใช้วิธีการที่เเตกต่างกันนะคะ เพราะพื้นฐานรูปหน้าเเละธรรมชาติของสรีระของเเต่ละคนก็ล้วนเเตกต่างกันทำให้บางคนฉีดแค่โบท็อกอย่างเดียวหน้าก็เรียว แต่บางคนฉีดโบท็อกหมดไปเกือบลังหน้าก็ไม่เรียวซักที จนหลายคนคงหนักอกหนักใจว่าถ้าอยากหน้าเรียว จะทำยังไง วันนี้……จะมาสอนการวิเคราะห์โครงสร้างหน้าของเราเอง สาวๆโครงสร้างหน้าเป็นยังไงเลือกดูกันได้เลยนะคะ จะได้มาเกาปัญหาให้มันตรงจุด
1. รูปหน้าที่มีกรามไม่มีแก้ม คนในกลุ่มนี้เพียงแค่ฉีดโบท็อกลดกรามอย่างเดียวหน้าก็เรียวแล้วคะ วิธีการตรวจสอบว่ามีกรามหรือไม่นั้น ไม่ยากเลยคะ เอามือมาจับตรงแนวโครงหน้าใกล้ๆติ่งหู แล้วลองกัดฟันให้แน่นที่สุด ถ้าใครมีกรามเวลากัดจะรู้สึกว่ามีกรามเนื้อดันออกตรงมือที่เราจับ ส่วนคนไม่ค่อยมีกราม หรือไม่มีกรามเลยเวลากัดฟันแล้วจะไม่มีกล้ามเนื้อดันออกมาเลยหรือดันออกมาเพียงนิดหน่อยเท่านั้น ฉีดหน้าเรียว.

ฉีดหน้าเรียว
ฉีดหน้าเรียว เเต่สาวคนไหนมีกรามอย่าเพิ่งตกใจไป เพราะถ้าอยากให้หน้าดูยกกระชับมากขึ้นก็สามารถร้อยไหมเพื่อยกกระชับได้คะ ถามว่าต้องร้อยไหมกี่เส้นหน้าถึงจะเรียว ต้องตอบตรงนี้เลยค่ะว่าการร้อยไหมนี่ยิ่งร้อยเยอะหน้ายิ่งเรียวค่ะ ดังนั้นใครจะอยากเรียวกันขนาดไหนคงต้องละไว้เป็นเรื่องของงบประมาณของเเต่ละคนเเล้วละค่ะ

2. รูปหน้าที่มีทั้งกรามและมีทั้งแก้ม

สาวๆในกลุ่มนี้ถ้าอยากหน้าจะเรียวต้องทำหลายขั้นตอนหน่อย เพราะปัญหาโครงสร้างที่หน้านั้นเยอะกว่าแบบแรกสักหน่อย

1 โบท็อกเพื่อลดกราม

2 ฉีดเมโสแฟตเพื่อสลายไขมัน หากเป็นคนแก้มเยอะก็ต้องฉีดหลายเข็มหน่อยนะคะ

3. เมื่อฉีดเมโสแฟตไปแล้วปัญหาที่มักเกิดตามมาคือแก้มจะคล้อยเพราะไขมันหายไปแต่เนื้อแก้มยังอยู่ อันนี้ต้องแยกเป็น 2 ส่วนนะคะ 1 เนื้อแก้มที่อยู่ข้างนอก หรือหนัง 2ไขมันคือส่วนที่อยูข้างในตัวนี้เเหละที่ทำให้แก้มป่องออกมา ซึ่งเมื่อไขมันหายไปแก้มก็คล้อย เราก็ต้องร้อยไหมเพื่อยกกระชับแก้วขึ้นมาค่ะ ฉีดหน้าเรียว

3 รูปหน้าที่มีแต่แก้มไม่มีกราม

สาวๆประเภทนี้จะคล้ายๆกับสาวประเภทที่ 2 คือต้องร้อยไหมและเมโสแฟต เเต่โชคดีที่ไม่ต้องโบท็อกค่ะเพราะไม่มีกราม ดังนั้นถึงเราจะโบท็อกไปก็ไม่เห็นผลอยู่ดี เนื่องจากโบท็อกแก้ไขปัญหาในการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามแต่สาวๆประเภทนี้ไม่มีกรามจึงไม่จำเป็นต้องฉีดคะ เเค่ร้อยไหมกับเมโสเเฟตก็เป๊ะแล้ว

4. ใบหน้าหย่อนคล้อย

สาวๆประเภทนี้มักจะประสบปัญหาเมื่ออายุประมาณ 30 ขึ้น เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้นคลอลาเจนใต้ผิวหนังเสื่อมสภาพจึงทำให้หน้าดูคล้อยลงมา วิธีแก้ไขมีด้วยกันอยู่ 2 วิธีคือ วิธีเเรกคือร้อยไหมและวิธีที่สองคือฉีดฟิลเลอร์
ถ้าใครเลือกการร้อยไหม นั้นจะช่วยยกระชับแก้มที่หน่อนคล้อยให้ยกกระชับขึ้น อยากให้ยกกระชับมากเท่าไหร่ก็ร้อยปริมาณจำนวนเส้นมากเท่านั้น
ส่วนถ้าใครเลือกการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อเข้าไปเติมในส่วนที่คลอลาเจนใต้ผิวหนังได้หายไป ซึ่งวิธีนี้เป็นเทคนิคที่ค่อนข้างใหม่ และขั้นตอนในการทำที่ซับซ้อนกว่าวิธีเเรก เเต่จะให้ผลเเบบทันที ถ้าใครเลือกวิธีนี้ก็ต้องทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ค่อนข้างมาก
5. รูปหน้ามีโหนกแก้ม ไม่มีกราม ไม่แก้ม

สาวๆกลุ่มนี้ถือว่าเปนกลุ่มที่ค่อนข้างโชคดีปัญหามีไม่เยอะ ฉีดหน้าเรียว ซึ่งปัญหาหลักจะอยู่ที่โหนกแก้มอย่างเดียว เลยต้องมาดูกันว่าโหนกแก้มของเราเป็นโหนกแก้มประเภทไหน เป็นแบบทมีเนื้อแก้มเยอะหรือเปนโหนกแก้มที่เนื้อติดกับกระดูก

กรณีที่เนื้อแก้มมีเยอะเลยทำให้โหนกแก้มบริเวณนี้ดูสูง เราสามารถร้อยไหมลดโหนกแก้มและฉีดเมโสแฟตบริเวณนี้เพื่อให้โหนกแก้มดูต่ำลงมาได้ค่ะ

ส่วนสาวคนไหนที่เป็นกรณีของเนื้อติดกระดุกเลย มีวิธีเดียวคือทุบโหนกแก้ม เพราะให้โหนกแก้มต่ำ วิธีนี้ก็ถือว่ามีความเสี่ยงพอสมควรและต้องพักฟื้นเป็นเวลานานพอสมควร

6. หน้ารูปเหลี่ยม มีกราม ไม่มีแก้ม

สาวๆกลุ่มนี้สามารถแก้ปัญหาเรื่องรูปหน้าได้ด้วยการฉีดโบท็อกและศัลยกรรมตัดกรามร่วมกัน ซึ่งการฉีดโบท็อกจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อกรามหายไปได้ แต่กระดูกขากรรไกรที่เป็นเหลี่ยมอยู่นั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
ซึ่งกรณีศัลยกรรมตัดกราม คุณหมอจะตัดกระดูกขากรรไกรออกเพื่อให้หน้ารูปวีเชฟแต่กล้ามเนื้อกรามยังคงอยู่ ถ้าอยากให้หน้าเรียวระดับ 10 ก็สามารถฉีดโบท็อกเพิ่มเติมได้ค่ะ

7. หน้ารูปเหลี่ยม มีกราม มีแก้ม

สาวๆกลุ่มเรียกว่าเป็นกลุ่มที่ผสมทั้งกลุ่มที่ 2 ที่มีทั้งกรามและมีทั้งแก้ม และ กลุ่มที่ 6ที่มีใบหน้ารูปเหลี่ยม มีกราม ไม่มีแก้ม ซึ่งเพื่อเเก้ปัญหารูปหน้านั้นเราต้องทำการผสมผสานกันระหว่างรูปหน้าสองลักษณะ โดยอาจเริ่มที่
1โบท็อกลดกราม
2 ฉีดเมโสแฟตเพื่อสลายไขมัน ในกรณีที่แก้มเยอะก็ต้องฉีดหลายเข็มหน่อยนะคะ กว่าแก้มจะหาย
3ร้อยไหมเพื่อยกกระชับปัญหาเเก้มคล้อยหลังเมโสแฟต
การฉีดโบท็อกสามารถทำให้กล้ามเนื้อกรามหายไปได้บ้าง แต่กระดูกขากรรไกรที่เป็นเหลี่ยมอยู่นั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จึงต้อพึ่งการศัลยกรรมร่วมด้วย คุณหมอจะตัดกระดูกขากรรไกรออกเพื่อให้หน้ารูปวีเชฟแต่กล้ามเนื้อกรามยังคงอยุ่ ถ้าอยากให้หน้าเรียวระดับ 10 ก็สามารถฉีดโบท็อก ฉีดเมโสแฟตสลายไขมันแก้มและยกกระชับหน้าให้เรียวแบบสุดขีดได้คะ ฉีดหน้าเรียว.

ฟิลเลอร์คาง อย่างที่ส้มบอกไปนะคะว่า

ฟิลเลอร์คางอย่างที่ส้มบอกไปนะคะว่า คุณหมอเป็นคนแรกที่นำการร้อยไหมเข้ามาในเมืองไทย

และคุณหมอก็เป็นผู้ที่นำวิธีการร้อยไหมมาสอนให้กับแพทย์ในเมืองไทย

จึงได้มีการร้อยไหมกันอย่างแพร่หลายตามคลีนิคต่างๆ

ส้มเองบอกตามตรงว่า เชื่อใจในฝีมือของคุณหมอเอง ถึงได้กล้าทำ

เพราะคุณหมอเป็นคนพูดตามความจริงด้วยเหตุผลและข้อมูลที่เป็นความจริงฟิลเลอร์คาง.

ฟิลเลอร์คาง

ผนวกกับข้อมูลที่ได้ศึกษามานั้น ก็ทำให้ส้มตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ซึ่งการปรับรูปหน้าครั้งนี้ จะเรียกว่าเป็น Face Transformation ค่ะ

ก็คือการปรับโครงสร้างของใบหน้านั่นเอง

ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการ ร้อยไหม ฉีดฟิลเลอร์ หรือ โบทอกซ์ ฟิลเลอร์คาง

อันนี้ก็แล้วแต่รูปหน้าและปัญหาของแต่ละคนค่ะ

เอาล่ะ…ก่อนที่จะไปดูขั้นตอนการปรับโครงหน้าครั้งนี้

ให้ทุกคนได้เตรียมใจก่อนดูภาพสยดสยอง..อิอิ ไม่ใช่ค่ะ ล้อเล่น

ส้มอยากจะให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้รู้มากขึ้นเกี่ยวกับนวัตกรรมนี้

หรือหลายๆคนที่กำลังสนใจเรื่องการร้อยไหม หรือฉีดฟิลเลอร์อยู่

จะได้ศึกษาข้อมูลนี้ก่อนการตัดสินใจค่ะ

ข้อมูลเกี่ยวกับการร้อยไหม >> คลิกที่นี่

ข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์ >> คลิกอ่านที่นี่

ตัวส้มเองพอได้พูดคุยกับคุณหมอหลายครั้ง ประกอบกับข้อมูลต่างๆที่คุณหมอให้มา

ทำให้เราได้เกิดความมั่นใจและกล้าที่จะลองปรับรูปหน้าในครั้งนี้ดู

ก่อนอื่น คุณหมอจะเป็นผู้ดูโครงสร้างใบหน้าของเราก่อน

ว่ามีปัญหาตรงไหนที่ควรจะต้องแก้ หรือ เสริมบ้าง

สารเติมเต็มที่ว่าคืออะไร?
สารเติมเต็มมีหลายชนิด แบ่งเป็น กลุ่มสารเติมเต็มตามธรรมชาติซึ่งอยู่ได้ชั่วคราว และสารเติมเต็มที่เป็นสิ่งแปลกปลอม เช่น silicon ซึ่งจะอยู่ได้ถาวรในผิวหนัง แต่ในที่นี้เราจะพูดถึงเฉพาะสารเติมเต็มตามธรรมชาติที่ทางรักษ์ผิวคลินิกใช้ นั่นก็คือ “Hyaluronic acid”

Hyaluronic acid
เป็นสารเติมเต็มผิวตามธรรมชาติ ที่มีความปลอดภัยสูงไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนทำการรักษา Hyaluronic acid ที่มีอยู่ในผิวตามธรรมชาตินั้นทำหน้าที่เก็บกักน้ำให้ผิวและรักษาช่องว่างเซลล์ผิวหนัง เมื่ออายุมากขึ้นปริมาณ Hyaluronic acid จะลดลงทำให้ผิวแห้งกร้านและเกิดริ้วรอยได้ง่าย

คิ้วสามมิติคิ้ว ถือเป็นส่วนที่สำคัญสุดๆ

คิ้วสามมิติคิ้ว ถือเป็นส่วนที่สำคัญสุดๆ ของใบหน้าเลยล่ะค่ะ เพราะต่อให้สาวๆ ไม่แต่งตา ทาปาก แต่แค่มีคิ้วสวยได้รูป ก็ช่วยให้ใบหน้าโดยรวมของเราดูดีขึ้นได้ในพริบตาเลยค่ะ ซึ่งคิ้วแบบตรง หรือคิ้วแบบที่สาวเกาหลีเค้าฮิตเขียนกันนั้น ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทรงคิ้วที่ทำให้ใบหน้าของสาวๆ ดูสวยมีสไตล์ แถมหน้าเด็กได้อีกด้วย โดยการเขียนคิ้วแบบตรงนี้ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดค่ะ เพียงแต่สาวๆ จะต้องมีกรอบคิ้วที่เป๊ะเพื่อให้ง่ายต่อการเขียนคิ้วกันก่อนค่ะ สำหรับสาวไหนที่ยังไม่มีกรอบคิ้ว ก็มาดู How to วิธีกันคิ้ว 2 สไตล์ให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ กันก่อนเลยค่ะ แต่สำหรับสาวไหนที่มีกรอบคิ้วแล้ว ก็ไปลองเขียนคิ้วแบบสาวเกาหลีกันเลยคิ้วสามมิติ.

คิ้วสามมิติ

Korean Style Straight Eyebrow Tutorial: How to get the perfect innocent straight eyebrow

นอกจากการกันคิ้วก่อนเขียนคิ้วจะช่วยให้สาวๆ มีคิ้วสวยได้รูปง่ายต่อการวาดคิ้วแล้ว การจัดทรงคิ้วให้เป็นระเบียบและเล็มคิ้วให้ได้ทรงสวยพอดีหลังเขียนคิ้ว จะยิ่งช่วยให้คิ้วของสาวๆ สวยเป๊ะยิ่งขึ้นค่ะ ซึ่งคลิปนี้จะแนะนำเทคนิคกาารจัดระเบียบคิ้วหลังวาดคิ้วเรียบร้อยแล้วให้สาวๆ ด้วยมีดโกนที่มีลักษณะเหมือนหวีขนาดเล็กนั่นเอง
Easy Natural Korean Brows in 3 Minutes ♥ Shaping, Grooming, Drawing

สำหรับสาวที่ถนัดเขียนคิ้วด้วยที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น คลิปนี้เหมาะกับคุณค่ะ เพราะคลิปนี้จะสอนให้สาวๆ เริ่มเขียนโครงคิ้วและถมคิ้วด้วยที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น คิ้วสามมิติ ซึ่งแตกต่างจากการเขียนคิ้วทั่วไปที่มักเริ่มด้วยการใช้ที่เขียนคิ้วแบบดินสอวาดโครงคิ้ว

New Host : Korean Straight Eyebrow Tutorial

การเขียนคิ้วทรงตรงอันนี้ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เหมาะกับสาวที่ชอบที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นหรือแบบเจลค่ะ โดยจะใช้ที่เขียนคิ้วแบบเจลเริ่มวาดหางคิ้วให้มีลักษณะเป็นเส้นตรงก่อน จากนั้นใช้ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นถมคิ้วให้แน่น และปิดท้ายด้วยการใช้มาสคาร่าสำหรับคิ้ว ปัดขนคิ้วให้เรียงตัวเป็นแนวสวย

ศัลยกรรมหน้าอกสาระความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการ เสริมหน้าอก ทำนม เสริมนม

ศัลยกรรมหน้าอกเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ การเสริมหน้าอก ทำนม หรือ เสริมนม ในรูปแบบทรงหยดน้ำนั้น เหมาะสำหรับผู้หญิงที่มีเนื้อนมน้อย เพราะหากมีเนื้อนมน้อยแล้วทำนมใส่ซิลิโคลทรงกลม จะได้ทรงที่ไม่สวยเท่าที่ควร ดูไม่เป็นธรรมชาติ จะเห็นได้ชัดเจนว่าทำศัลยกรรมเสริมนมมา ถ้ามีเนื้อนมน้อยใส่ทรงหยดน้ำจะดูเป็นธรรมกว่า หลังจากการผ่าตัดเสริมหน้าอง ไม่ต้องนวดนม ทรงหยดน้ำนี้สามารถเสริมนมได้ทั้งจากใต้รักแร้และใต้ราวนมศัลยกรรมหน้าอก.

ศัลยกรรมหน้าอก

การดูแลหลังการผ่าตัดศัลยกรรม ศัลยกรรมหน้าอก ทำนม เสริมนม
หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอกจะมีสายเพื่อระบายเลือดและน้ำเหลืองเล็กน้อย 3-5 วัน
ไม่จำเป็นจะต้องนอนพักฝื้นที่คลินิกหรือโรพยาบาล แต่ถ้าต้องการแบบพักฟื้นที่โรงพยบาลโปรแจ้งล่วงหน้า
แพทย์จะนัดตัดไหม 2 สัปดาห์หลังจากการผ่าตัดเสริมหน้าอก
หลังการผ่าตัดทำนมจะมีอาการปวดระบบบริเวณหน้าอก 3-5 วัน หลังจากนั้นจะค่อยๆดีขึ้น
อาจมีรอยฟกช้ำได้ในผู้ป่วยบางราย ไม่ต้องทำแผลล้างแผลใดๆ รอยจะค่อยๆหายไปเอง
หลังจากการผ่าตัดเสริมนมจะได้รับยาแก้ปวด แก้อักเสบ ลดบวม ซึ่งต้องรับประทานให้หมด
แพทย์จะนัดมาตรวจซ้ำภายใน 3- 5 หลังการผ่าตัด เสริมหน้าอก เพื่อดูแผลผ่าตัด ให้นำเสื้อสปอร์ตบลามาด้วย
ศัลยกรรม ทำนม ไปแล้วสามารถนอนขยับตัว หรือ นอนท่าใดก็ได้
สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้หลังผ่าตัด เสริมหน้าอก ไปแล้ว 2 สัปดาห์
ไม่ควรใส่เสื้อชั้นในแบบมีโครงเหล็ก ในช่วง 1 เดือนแรกของการผ่าตัด ทำนม
หลังผ่าตัด เสริมหน้าอก สามารถกลับไปทำงานได้ ภายหลัง 1 สัปดาห์แรกของการผ่าตัดเสริมนม และสามารถทำงานและออกกำลังกายได้เต็มที่หลังการผ่าตัดทำนม 2 เดือน
อาหารให้งดของแสรง ของหมักดอง แอลกอฮอล์ อาหารทะเล ไข่ไก่ อย่างต่ำ 1 เดือนหลังการผ่าตัดเสริมนม

สาระความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการ เสริมหน้าอก ทำนม เสริมนม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตำแหน่งของแผลผ่าตัดศัลยกรรมเต้านมในการ เสริมหน้าอก อย่างไหนดีกว่ากันระหว่างใต้ราวนม ใต้รักแร้ หรือรอบปานนม ? ซึ่งในการ เสริมหน้าอกทำนม เสริมนมสามารถทำได้ 3 ตำแหน่ง แต่ละตำแหน่งมีข้อดีข้อเสียดังนี้

สักคิ้วขั้นตอนการดูแลรักษาคิ้ว

สักคิ้ว หลังจากที่สักคิ้วมาแล้วให้งดล้างหน้าบริเวณคิ้ว 5 วัน คือส่วนล้างก็ล้างปกติ ส่วนหน้าผากนี่อาจจะต้องใช้ฟองน้ำหรือผ้าเช็ดๆเอาค่ะ
ทาขี้ผึ้งให้คิ้วชุ่มชื่นเป็นเวลา 3 วัน วันที่ 3 ก็ใช้คอตตอนบัตเช็ดออกให้หมดค่ะ อ้อ! ในการทาขี้ผึ้งนั้น แนะนำว่าควรใช้กับคอตตอนบัตมากกว่ามือค่ะ เพื่อความสะอาดเนอะ
ไม่ควรเอานิ้วมือไปจับคิ้วเล่นก่อน 5 วัน เพื่อความสะอาด
หลังจากที่ทำไปประมาณ 2-3 วัน คิ้วจะเริ่มตกสะเก็ด เราก็จะเริ่มคันยุบยิบ ต้องระวังมือตัวเองให้ดี ห้ามไปเกาไปแกะนะคะ สักคิ้ว.

สักคิ้ว
คนที่หน้ามันสีคิ้วก็จะหลุดไวกว่าปกติหน่อยนะคะ
ช่วงแรกงดการลงสระว่ายน้ำและน้ำทะเลเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ผิว สำหรับคนที่ออกกำลังกายบ่อย ว่ายน้ำเป็นประจำก็มีโอกาสสีคิ้วหลุด จางไวเหมือนกันค่ะ แต่ถ้าออกกำลังแค่อาทิตย์ละวัน 2 วันก็ไม่จำเป็นต้องกลัวเนอะ

ต้องยอมรับว่า “คิ้ว” เป็นเครื่องประดับบนใบหน้าที่ช่วยให้คนเราดูโดดเด่นขึ้นมาได้จริงๆ รูปทรงของคิ้วก็ทำให้หน้าตาของเราดูเปลี่ยนไปได้
“การสักคิ้ว” นอกจากจะทำให้มีคิ้วสวยดังใจ แก้ปัญหาคิ้วในรูปแบบต่างๆ แล้ว ยังช่วยเสริมโหงวเฮ้งให้กับใบหน้าของเราได้อีกด้วย สักคิ้ว
การสักคิ้ว
การสักคิ้ว เป็นสิ่งที่มีมานานแล้ว และมีช่างสักคิ้วเกิดขึ้นมากมาย และมีความรู้ความชำนาญที่แตกต่างกันออกไป การสักคิ้ว เป็นการใช้เครื่องสักที่มีเข็มขนาดเล็ก และจุ่มสีที่ใช้สัก จากนั้นก็สักลงบนผิว ไปตามรูปทรงที่วาดไว้ การที่สีจะติดทนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประเภทของการสัก ฝีมือของช่าง คุณภาพของสีหมึกที่ใช้ในการสัก ลักษณะผิวของผู้ที่รับการสัก และการดูแลเอาใจใส่ของตัวผู้ที่รับการสักเองด้วย โดยส่วนมากอยู่ที่ 2-5 ปี จะเริ่มจางไป
ปัจจุบันมีการพัฒนาการสักคิ้วในหลายๆ แบบเกิดขึ้น เพื่อสรรหาสิ่งที่ดีและสวยที่สุดให้กับคิ้ว จึงมีผู้นิยมการสักคิ้วมากขึ้นทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

การสักคิ้วถาวร
การสักคิ้วถาวร เป็นการสักคิ้วที่มีการสักกันมานานแล้ว และถือเป็นการเริ่มต้นของการสักคิ้ว คิ้วที่ได้ออกมาจะดูสวยเป็นทรง แต่ข้อเสียของการสักคิ้วถาวรคือ คิ้วจะเหมือนเขียนอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากเป็นรูปแบบของการสักทึบ เหมือนการการวาดและระบายสีนั่นเอง

การสักคิ้ว 3 มิติ
การสักคิ้ว 3 มิติ เริ่มเป็นที่นิยมและรู้จักกันมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากการสักเป็นลักษณะเขียนเป็นเส้นขน เสมือนเส้นขนคิ้วจริง คิ้วที่ได้จึงดูเป็นธรรมชาติกว่า
ปัจจุบัน นอกจากผู้หญิงแล้ว ยังมีผู้ชายเข้าที่ทำการสักคิ้ว 3 มิติเป็นจำนวนมาก และเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆ เพราะช่วยแก้ปัญหาคิ้วบาง คิ้วไม่เป็นทรง คิ้วแหว่ง และคิ้วไม่ได้รูปได้อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ดูมีใบหน้าอ่อนเยาว์และเข้มขึ้น

ครีมกระชับรูขุมขน สครับผิวลดรูขุมขน การสครับผิวสามารถช่วยทำความสะอาด

ครีมกระชับรูขุมขน สครับผิวลดรูขุมขน การสครับผิวสามารถช่วยทำความสะอาดรูขุมขนได้เป็นอย่างดี ในหนึ่งสัปดาห์นั้นคุณควรสครับผิวให้ได้อย่างน้อย 1-2 ครั้ง ซึ่งการสครับผิวจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันบนใบหน้าและช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้วซึ่งมีโอกาสที่จะเข้าไปอุดตันรูขุมขนให้หลุดลอกออกไปได้ สครับน้ำตาลทรายผสมน้ำผึ้ง เริ่มจากให้นำน้ำตาลทรายมาผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมันมะพอก แล้วนำมาทาให้ทั่วหน้าพร้อมกับขัดวนเป็นวงกลมเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ซึ่งน้ำผึ้งนั้นจะนอกจากจะช่วยลดความมันบนใบหน้าได้แล้วยังช่วยทำให้รูขุมขนเล็กลงได้อีกด้วย สครับเกลือทะเลผสมโยเกิร์ต ให้เลือกใช้เกลือที่มีขนาดเล็กนำมาผสมกับโยเกิร์ตจนเกลือกลายเป็นเม็ดละเอียด จากนั้นให้นำมาทาให้ทั่วใบหน้าพร้อมกับใช้ปลายนิ้ววนเป็นวงกลมเบา ๆ ประมาณ 3 นาที วนเสร็จแล้วก็ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น (สำหรับคนผิวแห้งไม่แนะนำให้ใช้สูตรนี้ แต่แนะนำให้ใช้เฉพาะโยเกิร์ต) ครีมกระชับรูขุมขน.

ครีมกระชับรูขุมขน
ครีมกระชับรูขุมขน พอกหน้ากระชับรูขุมขน หรือ มาร์คกระชับรูขุมขน อีกวิธีที่ช่วยลดปัญหารูขุมขนใหญ่และช่วยให้ผิวกระชับได้ ซึ่งสูตรพอกหน้ากระชับรูขุมขนก็มีอยู่ด้วยกันหลายสูตรกัน ซึ่งบางสูตรอาจจะเหมาะกับคนผิวมัน-ผิวผสม แต่บางสูตรอาจเหมาะกับคนผิวแห้ง-ผิวธรรมดา ได้แก่
โยเกิร์ต สูตรกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็ไม่ยากเลย เพียงแค่คุณนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยให้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งโยเกิร์ตจะมีกรดแลคติกและโปรไบโอติกที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวบนใบหน้า และยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขนได้ด้วย
พอกหน้ากระชับรูขุมขน
น้ำผึ้ง วิธีนี้ให้นำน้ำผึ้งแบบเพียว ๆ มานวดบริเวณใบหน้า หรือจะใช้ผสมกับโยเกิร์ตก็ได้ หากทำเป็นประจำก็จะช่วยบำรุงผิวและลดรูขุมขนได้อย่างชัดเจน ครีมกระชับรูขุมขน
เบคกิ้งโซดา หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเบคกิ้งโซดานอกจากจะนำใช้กระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้แล้วยังช่วยต่อต้านการเกิดสิวได้อีกด้วย โดยวิธีใช้ก็ไม่ยาก เพียงแค่ใช้เบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วคนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาทาลงบนผิวหน้าที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง พร้อมกับทำการนวดเบา ๆ วนเป็นวงกลมประมาณ 30 วินาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น โดยให้ทำเป็นประจำทุกคืน แล้วจึงค่อย ๆ ลดลงเหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ (สำหรับคนผิวบอบบาง ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวได้)
มะเขือเทศ ผลไม้ที่เต็มไปด้วยวิตามินเอและซี ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องสิวและทำให้ผิวกระจ่างใสได้แล้ว มะเขือเทศยังมีกรดธรรมชาติที่ช่วยทำความสะอาดรูขุมขนได้อีกด้วย วิธีนี้ให้คุณนำเนื้อมะเขือเทศมาปั่นให้ละเอียดหรือคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที (หรือจะนำมะเขือเทศมาผ่าออกเป็น 2 ซีก แล้วนำส่วนด้านในมาถูกับผิวหน้าก็ได้) แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำเย็นเพื่อทำให้รูขุมขนหดตัวลงและบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น
มาร์คกระชับรูขุมขน
มะเขือเทศผสมแอพริคอต ให้นำทั้งสองอย่างมาบดให้เข้ากัน จากนั้นนำมาทาให้ทั่วผิวหน้าทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
มะนาว ผลไม้บำรุงผิวและช่วยลดปัญหารูขุมขนกว้างอย่างได้ผล เพียงแค่ใช้น้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมลงไปกับดินสอพองหรือน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาพอกทาให้ทั่วบริเวณใบหน้าทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออก หากทำเป็นประจำรับรองได้เลยว่ารูขุมขนใหญ่ ๆ จะค่อย ๆ จางหายไปอย่างแน่นอน
มะนาวผสมไข่ขาว ให้ใช้เฉพาะไข่ขาว 1 ฟอง ผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาใช้ทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นก่อนแล้วอีกทีด้วยน้ำเย็น (สำหรับคนผิวแห้งให้ใช้เฉพาะไข่ขาว)
มะนาวผสมน้ำน้ำสับปะรด วิธีนี้ให้คุณนำผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ สำหรับเช็ดหน้า นำมาแช่ในน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด หรือจะบีบน้ำจากผลไม้ทั้งสองชนิดลงบนผ้าเช็ดหน้าให้พอชื้น ๆ เลยก็ได้ จากนั้นก็ให้นำผ้าขนหนูมาวางทาบลงไปบนใบหน้าที่มีปัญหารูขุมขน โดยทิ้งเอาไว้ประมาณ 60 วินาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ซึ่งผลไม้ทั้งสองชนิดนี้จะมีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติช่วยกระชับผิวให้เต่งตึงและทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลงได้
มะละกอ เป็นวิธีลดรูขุมขนแบบง่าย ๆ ด้วยการใช้เนื้อมะละกอสุกนำมาบดให้ละเอียด จากนั้นให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ครีมกระชับรูขุมขน โดยในมะละกอจะมีกรดผลไม้หรือเอเอชเอและเอนไซม์ผลไม้จากธรรมชาติ ที่สามารถช่วยขจัดสิ่งตกค้างและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และทำให้รูขุมขนกระชับขึ้นได้
สูตรพอกหน้ากระชับรูขุมขน
กล้วยหอมหรือกล้วยน้ำว้า เป็นวิธีกระชับรูขุมขนแบบธรรมชาติที่ทำได้ง่าย เพียงแค่นำกล้วยมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเติมนมสดหรือน้ำผึ้งลงไปพร้อมกับขยี้หรือบดให้ละเอียดจนได้เป็นครีมเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 25-30 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น และซับหน้าให้แห้ง ก็จะช่วยกระชับรูขุมขนได้
แตงกวาผสมน้ำผึ้ง เริ่มจากให้นำแตงกวามาหั่นเป็นชิ้น แล้วนำแตงกวาประมาณ 2-3 ชิ้น มาปั่นรวมกับน้ำผึ้งจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือรอจนกว่าจะแห้ง เมื่อครบเวลาแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำเย็น แล้วคุณจะรู้สึกได้ถึงความเต่งตึงและกระชับขึ้น
แตงกวาผสมเลมอน วิธีนี้ให้ใช้แตงกวา 1 ลูก นำมาฝานและยีจนเป็นเนื้อละเอียด จากนั้นนำมาผสมกับน้ำเลมอน 2-3 หยด แล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยแตงกวานั้นจะช่วยลดรูขุมขน ส่วนเลมอนจะช่วยลดจุดด่างดำหรือสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอบนใบหน้า และช่วยให้ผิวที่ตายแล้วหลุดออกไป
ผักกาดขาวผสมมะนาว สูตรกระชับรูขุมขนด้วยวิธีธรรมชาติสูตรนี้ให้นำผักกาดขาวประมาณ 2-3 ใบที่ล้างสะอาดแล้วมาบดให้ละเอียด จากนั้นให้นำน้ำมะนาวที่คั้นไว้ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ผสมลงไป แล้วนำมาทาให้ทั่วบริเวณใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด
ขมิ้นชัน สุดยอดสมุนไพรที่มีสรรพคุณหลากหลาย โดยเฉพาะการนำมาใช้บำรุงผิวพรรณ ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดปัญหาผิวต่าง ๆ และช่วยลดรูขุมขนกว้างให้เรียบเนียนขึ้น เพียงแค่นำผงขมิ้นชั้นมาผสมกับน้ำเปล่าให้ได้เป็นเนื้อข้น ๆ แล้วนำมาพอกไว้บริเวณที่เป็นสิวเสี้ยน ทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยล้างออก โดยให้ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
ใบบัวบก สมุนไพรที่มีสรรพคุณบำรุงผิวสวยได้อย่างน่าทึ่ง เพียงแค่นำใบบัวบกสด ๆ มาปั่นผสมกับน้ำเย็น แล้วนำมาพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้า แล้วค่อยล้างออก เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดรูขุมขนของคุณได้แล้ว ครีมกระชับรูขุมขน.

สูตรหน้าขาวใส สูตรหน้าขาวโดย หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง

สูตรหน้าขาวใส สูตรหน้าขาวโดย หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง สูตรหน้าขาวใสโดยการ ทาครีมบำรุงผิวหลังล้างหน้าทันที หลังจากล้างหน้า ควรทาครีมบำรุงหน้าทันที เพื่อให้ครีมซึมซับเข้าสู่ผิวหน้าได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในการบำรุงมากยิ่งขึ้น โดยมีครีมหน้าขาวที่อยากแนะนำ ดังนี้ Olay Natural White Olay ครีมบำรุงหน้าที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง หาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าทั่วไป และ 7-11 ซึ่งมีคุณสมบัติในการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำ ให้ผิวหน้าดูขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งช่วยจัดการกับปัญหาสิวเสี้ยน รอยสิว และป้องกันการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี สูตรหน้าขาวใส.
สูตรหน้าขาวใส
สูตรหน้าขาวใส Garnier Sakura White

Garnier ครีมบำรุงผิวแบรนด์ยอดนิยม ที่ได้รับการยอมรับจากผู้คนทั่วโลก โดยมีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิวให้หลุดลอกออก แล้วเผยผิวใหม่ที่ขาวกระจ่างใสกว่า ทั้งช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน และลดเลือนรอยสิวได้เป็นอย่างดี

Eucerin White Therapy

Eucerin แบรนด์เครื่องสำอางบำรุงผิวที่ได้รับการไว้วางใจจากโรงพยาบาลหลายแห่ง ทั้งยังเป็นที่นิยมของผู้หญิงเป็นส่วนมากอีกด้วย โดยมีคุณสมบัติในการช่วยให้ผิวขาว เพิ่มความกระจ่างใสเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ ลดรอยสิวให้จางลง และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวอีกด้วย สูตรหน้าขาวใส

สูตรหน้าขาวใสโดยการ ทาครีมบำรุงผิวหลังล้างหน้าทันที
เพิ่มความขาวกระจ่างใสด้วยเซรั่มวิตามินซี

วิตามินซี มีส่วนช่วยในการเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว พร้อมเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวหน้าดูเปล่งปลั่ง กระชับและเต่งตึงยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ ที่จะทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และลดเลือนริ้วรอยได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ดังนั้นการทาเซรั่มวิตามินซีเพื่อบำรุงผิวหน้าเป็นประจำ จึงเป็นวิธีทำให้หน้าขาวใสอย่างเร่งด่วน เพราะเซรั่มวิตามินซี จะช่วยให้ผิวของคุณสามารถดูดซึมสารอาหารในครีมบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น โดยมีเซรั่มวิตามินซีที่กำลังได้รับความนิยม ดังนี้

DHC Vitamin C Essence

เซรั่มวิตามินซี เอสเซ้นท์แบบเข้มข้น ที่จะช่วยขจัดเมลานินที่เป็นสาเหตุของผิวคล้ำให้หมดไป ลบรอยแผลเป็นจากสิว กระชับรูขุมขนให้ผิวดูเรียบเนียนยิ่งขึ้น พร้อมเผยผิวที่ดูขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งก็เป็นเซรั่มที่กำลังได้รับความนิยมพอสมควรเลยทีเดียว โดยมีราคาประมาณ 1,250 บาท/25 มล. อาจดูแพงไปหน่อย แต่รับรองได้เลยว่าคุ้มค่าคุ้มราคาสุดๆ

Boots Vitamin C Skin Smooting Serum

เซรั่มวิตามินซี คุณภาพดีราคาประหยัด เนื้อบางเบา สามารถซึมซับเข้าสู่ผิวได้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีส่วนช่วยในการทำให้ผิวดูขาวกระจ่างใสยิ่งขึ้นและลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยได้ดี ทั้งยังผสมผสานด้วยสารสกัดจากว่านหางจระเข้ ที่จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้น ให้ผิวดูเรียบเนียนกระชับและมีความยืดหยุ่นสูง  โดยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 250 บาท/30 มล.

Kiehl’s Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate

เซรั่มวิตามินซียอดนิยม ที่มีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ช่วยปรับผิวให้ดูขาวเรียบเนียนกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย และฟื้นฟูผิวพรรณที่แห้งเสียจากการถูกทำร้ายให้กลับมาเนียนนุ่มมีสุขภาพผิวดีอีกครั้ง โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 3,050 บาท/50 มล.

เพิ่มความขาวกระจ่างใสด้วยเซรั่มวิตามินซี
หน้าขาวใสโดยการ ทาครีมบำรุงผิวหน้าที่มี AHA

AHA เป็นกรดผลไม้ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวให้ขาวใสได้เป็นอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกแล้วเผยผิวใหม่ที่ดูกระจ่างใสยิ่งกว่า แต่วิธีนี้จะไม่ค่อยเหมาะกับคนที่มีผิวบางหรือผิวแพ้ง่ายมากนัก เพราะกรด AHA มีความเป็นกรดสูง จึงอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและแพ้ได้ง่าย แต่ทั้งนี้การทาครีมบำรุงผิวที่มีกรด AHA ให้ได้ผลที่สุดจะต้องมีเทคนิค ดังนี้

– เลือกใช้ครีม AHA ให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพในการบำรุงมากที่สุด และไม่ก่อให้เกิดการแพ้อีกด้วย

– เริ่มใช้ครีมบำรุงผิวหน้า AHA อย่างค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เพื่อให้ผิวได้ปรับสภาพให้เข้ากับครีมมากที่สุด โดยแรกๆ อาจจะลองทาครีมบำรุงผิว AHA วันละ 1 ครั้งก่อนนอน  แล้วค่อยเปลี่ยนมาเป็นทาประจำทั้งเช้าเย็น ก็จะให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจสุดๆ

– หากใช้ครีม AHA ร่วมกับครีมบำรุงผิวอื่นๆ แนะนำให้ทาครีมบำรุงผิวชนิดอื่นก่อน แล้วค่อยตามด้วย AHA ทีหลัง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

– เมื่อทาครีมบำรุงผิวที่มี AHA ผิวหน้าจะมีความบางกว่าปกติ สูตรหน้าขาวใส จึงไม่ควรออกไปตากแดดทันที แต่หากจำเป็น จะต้องทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างเหมาะสมก่อนเสมอ

ดื่มนํ้า
ดื่มนํ้าอย่างเพียงพอ

หลายคนคงจะเคยได้ยินมาว่าการดื่มน้ำอย่างเพียงพอนั้นจะช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุลและมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น ทั้งยังทำให้ร่างกายเกิดความตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า พร้อมที่จะเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดใสอีกด้วย แต่นอกจากการดื่มน้ำจะส่งผลดีต่อสุขภาพแล้ว ก็ส่งผลดีต่อผิวพรรณเช่นกัน โดยเฉพาะใบหน้า ที่จะเห็นได้ชัดเลยว่าดูนวลเนียน กระจ่างใสและมีออร่ามากขึ้น ซึ่งในหนึ่งวันเราควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 7-8 แก้ว โดยค่อยๆ จิบเรื่อยๆ ตลอดวัน แต่เน้นว่าต้องเป็นน้ำเปล่าและหากเป็นน้ำที่อุณหภูมิปกติด้วยแล้ว จะดีที่สุดเลยล่ะ

ใครที่ควรดื่มน้ำมากกว่าปกติ

– คนที่ผิวแห้งกร้าน คล้ำเสีย ซึ่งน้ำเปล่าจะช่วยให้ผิวพรรณดูเนียนนุ่ม เต่งตึงและกระจ่างใสยิ่งขึ้น

– คนที่มีปัญหาผิวหน้ามัน ซึ่งน้ำเปล่าจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ลดการผลิตน้ำมันส่วนเกิน จึงทำให้ความมันบนใบหน้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด

– คนที่เป็นสิว เพราะเมื่อดื่มน้ำมากๆ จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันและเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ดี ทั้งยังช่วยลดการอักเสบของสิวอีกด้วย สูตรหน้าขาวใส.